ข้อสอบกลางภาควิชาเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม รหัสวิชา 226446
วันสอบ วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2548 เวลา 7.00-10.00น.
ชื่อ ..............................................................รหัสประจำตัว.............................
คำสั่ง ข้อสอบมีทั้งหมด 6 ข้อ ให้นิสิตเลือกทำเพียง 3 ข้อ
อนุญาติให้มีการใช้เครื่องคำนวณอย่างง่ายในการสอบ
1. จงอธิบายและแสดงความคิดเห็นในข้อ 1.1 และข้อ 1.2
1.1 ทัศนะของนักเศรษฐศาสตร์ต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่มองโลกในแง่ร้าย(The pessimist) และ 2. กลุ่มที่มองโลกในแง่ดี(The optimist) ให้ท่านอธิบายแนวคิดและการวิเคราะห์ของแต่ละกลุ่มในประเด็นสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรต่อระบบเศรษฐกิจ และท่านเห็นด้วยกับแนวคิดของกลุ่มใด เพราะอะไร (10 คะแนน)
PPC สินค้าเอกชน คุณภาพสิ่งแวดล้อม
1.2 เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือก(Choices) เมื่อประยุกต์ใช้ในเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมในระยะสั้น (The short run) จะต้องเลือกระหว่างคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสินค้าเอกชน แสดงโดยเส้นเป็นไปได้ในการผลิต (Productivity Possibility Curves:PPC) ดังรูป ท่านคิดว่าการวิเคราะห์ประเด็นเดียวกันนี้ในระยะยาว(The long run) จะเหมือนกับการวิเคราะห์ระยะสั้นหรือไม่ เพราะอะไร และหากในอนาคตสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงท่านคิดว่าเส้น PPC จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร (10 คะแนน )
2. การแก้ปัญหาการผลิตที่เกิดผลกระทบภายนอก (Externalities) ต่อสิ่งแวดล้อมที่ภาครัฐเข้ามาเก็บภาษีและออกกฏหมายควบคุมโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ท่านคิดว่าเพราะอะไร ท่านในฐานะที่เป็นผู้บริโภคสามารถแสดงบทบาทอย่างไรได้บ้างเพื่อให้ผู้ผลิตปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต และท่านมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐอย่างไรเพื่อลดต้นทุนในการแสดงออกซึ่งความไม่พอใจและเมื่อเกิดการแสดงออกแล้วจะทำให้ผู้ผลิตมีการปรับพฤติกรรม (20 คะแนน)
(ข้อแนะนำ ท่านสามารถใช้ทฤษฎีเรื่องถอนตัว (Exit) และการโวยวาย (Voice) มาช่วยในการตอบข้อนี้)
3. “ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมีค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (Economic Rent) ผู้ที่ได้ครอบครองจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าปกติ” ท่านคิดว่าเป็นเพราะอะไร และในสังคมมีคนบางกลุ่มที่มีพฤติกรรมเข้าหาผู้มีอำนาจเพื่อเอาประโยชน์จากค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (Rent Seeking Behavior) เช่น การวิ่งเต้นเพื่อให้ได้รับสัมปทานป่าไม้ เป็นต้น ท่านคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และท่านมีข้อเสนอแนะใดบ้างเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะ (Public Policy) ที่นำค่าเช่านั้นไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมโดยรวม (20 คะแนน)
4. อาคารชุดแห่งหนึ่งมีผู้เช่า 2 คน คือ นายเอนกมีอาชีพเป็นนักแต่งเพลงต้องเปิดเครื่องเสียงดังๆ เพื่อใช้ในการทำดนตรี ในขณะที่อีกคนคือ นายอนันต์เรียนปริญญาเอกอยู่ต้องการความเงียบในห้องพักเพื่ออ่านหนังสือ กำหนดให้ผู้อื่นไม่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของทั้งสองคน ท่านคิดว่าสถานการณ์ดังกล่าวสามารถนำทฤษฎีของโคส (Coase Theorem) มาอธิบายได้หรือไม่ ถ้าได้ สาระสำคัญของทฤษฎีนี้คืออะไร และให้ท่านนำมาอธิบาย สมมติว่าสถานการณ์เป็นไปตามข้อสมมติของทฤษฎี คือไม่มีต้นทุนการเจรจา (No Transaction cost) อำนาจต่อรองเท่ากัน และไม่มีผลด้านรายได้ (No income effect) (20 คะแนน)
5.รัฐบาลมีโครงการปรับปรุงระบบนิเวศชายฝั่งแห่งหนึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี อัตราส่วนลดเท่ากับร้อยละ 4 ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ผลประโยชน์และต้นทุน (Benefit-Cost Analysis) กรณีที่มีความไม่แน่นอน (Uncertainty) แบ่งได้เป็น 3 ค่า คือ “ดี” “กลาง” “เลว” ความน่าจะเป็นของแต่ละค่าเท่ากันเท่ากับ 1/3 ท่านได้รับมอบหมายให้วิเคราะห์โครงการนี้ (Sensitivity Analysis) โดยมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์และต้นทุนแสดงในตารางข้างล่าง หน่วยเป็นพันบาท
ค่าปัจจุบัน | ดี | กลาง | เลว |
รายได้ของโรงแรม(B1) | 5,500 | 3,800 | 3,300 |
รายได้ของผู้ค้าริมหาด (B2) | 9,000 | 7,000 | 1,500 |
ต้นทุนการดำเนินการ(C1) | 2,900 | 4,000 | 5,500 |
ค่าจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศ(C2) | 1,700 | 1,800 | 1,900 |
5.1 ให้ท่านคำนวณอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน(b/c Ratio) โดยใช้วิธีวิเคราะห์ทีละตัวแปร(Variable by variable Analysis) และสรุปช่วงความแปรผันของค่าที่คำนวณได้ (8 คะแนน)
(ข้อแนะนำ ข้อนี้ท่านต้องคำนวณb/c ratio ทั้งสิ้น 9 ค่า)
5.2 ให้ท่านคำนวณอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน(b/c Ratio) โดยใช้วิธีวิเคราะห์สถานการณ์(Scenario analysis) และสรุปช่วงความแปรผันของค่าที่คำนวณได้ และให้ท่านเปรียบเทียบช่วงการแปรผันข้อ 5.1 กับ ข้อ 5.2 ว่าช่วงการแปรผันโดยวิธีใดสูงกว่ากัน เพราะอะไร (8 คะแนน)
(ข้อแนะนำ ข้อนี้ท่านต้องคำนวณb/c ratio ทั้งสิ้น 3 ค่า)
5.3 จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการโดยวิธีทั้งสอง ท่านคิดว่าโครงการนี้ควรดำเนินการหรือไม่ เพราะอะไร (4 คะแนน)
6. เจ้าของบ้านโบราณกว่า 700 ปีที่สร้างโดยใช้ศิลปะทางล้านนาซึ่งปัจจุบันไม่มีการก่อสร้างบ้านในลักษณะนี้แล้ว ได้เสียชีวิตลงทายาทต้องการจะรื้อบ้านหลังนี้และขายที่ดินให้กับเอกชน แต่ชุมชนนั้นได้ทำจดหมายร้องเรียนไปยังกรมศิลปากรให้เข้ามาดูแลรักษาบ้านหลังนี้ไว้เป็นโบราณสถาน สมมติว่าท่านได้รับมอบหมายให้ศึกษาเฉพาะมูลค่าจากการไม่ใช้ (Non-use value) ของบ้านหลังนี้ โดยใช้วิธี Contingent Valuation Method (CVM) ท่านคิดว่าหลักการของ CVM คืออะไรและทำไมถึงสามารถประยุกต์ใช้กับสถานการณ์นี้ กลุ่มตัวอย่างที่ท่านควรจะสอบถามคือกลุ่มใด และอธิบายถึงขั้นตอนที่ท่านคิดว่าจำเป็นสำหรับวัดความเต็มใจจ่าย (Total Wiliness to Pay)
(ข้อแนะนำ ท่านอาจจะยกตัวอย่างคำถามที่ท่านเห็นว่าสำคัญสำหรับการศึกษาครั้งนี้)
***************************************************************
--
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น